วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

เดอะ ลาสต์ เอลฟ์


"ชะตาชีวิตของเราคือสิ่งที่เราต้องการ 
หาใช่สิ่งที่มีผู้จารึกไว้บนแผ่นหิน
มันคือชีวิตของเรา ไม่ใช่ความฝันของคนอื่น"

The Last Elf หรือ L'Ultimo Elfo โดย Silvana De Mari

จากโลกของนิทานสู่วรรณกรรมแฟนตาซีอันลือลั่นของอิตาลี 
(เส้นทางอบอุ่น อ่อนโยน และสว่างไสว)
พบกับการผจญภัยชวนคิดชวนขำของเอลฟ์ตนสุดท้ายและมังกรตัวสุดท้าย 
ที่ถูกลิขิตชีวิตไว้ด้วยคำพยากรณ์โบราณ
โดยครั้งนี้...เอลฟ์ตนนี้ไม่ใช่แค่เพียงตัวประกอบที่คอยชูรส 
หรือเป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏในวรรณกรรมเยาวชนอีกต่อไป
และก็ไม่ได้มากันเป็นหมู่เหล่าหรือเป็นครอบครัวเหมือนดังเรื่องก่อนๆ แต่อย่างใด
เพราะนี่คือ เดอะ ลาสต์ เอลฟ์ เอลฟ์ตนสุดท้ายแห่งเผ่าพันธุ์ผู้มีนามว่า...
ยอร์ชครุนสกวาร์กจอลเนอร์สตริงค์

เดอะ ลาส เอลฟ์ (The Last Elf)

หนังสือมือสอง : เดอะ ลาสต์ เอลฟ์
ผู้เขียน : ซิลวานา เด มารี
ผู้แปล : นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ
จำนวน : ๓๕๖ หน้า
ขนาด : ๑๖ หน้ายกพิเศษ
สำนักพิมพ์ : เพิร์ล
พิมพ์ครั้งที่ : ๑
เดือนปีที่พิมพ์ : ตุลาคม ๒๕๔๙

***


เมื่อน้ำท่วมผืนแผ่นดิน ดวงตะวันจะอันตรธาน
ความมืดและความเหน็บหนาวจะมาเยือน
เมื่อมังกรตัวสุดท้ายและเอลฟ์ตนสุดท้ายทำลายวงกลม
อดีตและอนาคตจะมาบรรจบกัน
ดวงตะวันแห่งฤดูร้อนครั้งใหม่จะเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้า

ณ ท้องทุ่งร้างแห่งหนึ่ง สายฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา 
ทุกสิ่งทุกอย่างหายไปใต้น้ำ... ยอร์ชครุนสกวาร์กจอลเนอร์สตริงค์ 
เอลฟ์ตนสุดท้ายแห่งเผ่าพันธุ์ ต้องแหวกว่ายอยู่ในธาราแห่งความมืดมน 
จ่อมจมอยู่กับความทุกข์ระทม สิ้นหวัง แต่แล้วชีวิตของเขาก็พลันกลับตาลปัตร 
เมื่อได้พบกับมนุษย์สองคน คำพยากรณ์โบราณ และมังกร...ตัวสุดท้าย



ในหนังสือมือสองเล่มนี้จะแบ่งเป็นสองภาค 
ภาคแรกคือ เอลฟ์ตนสุดท้าย ส่วนภาคสองคือ มังกรตัวสุดท้าย 

โดยในภาคแรกนั้นเกี่ยวกับการเดินทางของเอลฟ์น้อย เอลฟ์ตนสุดท้ายของดินแดน 
เอลฟ์ผู้น่าสงสารที่ถูกมนุษย์ไล่ฆ่าเพราะพวกเขากลัว 
กลัวในอำนาจมนตราที่พวกเขาคิดว่าเอลฟ์มี แต่จริงๆ แล้วเอลฟ์แทบจะไม่มีมนตราใดๆ เลย 
แค่ชุบชีวิตแมลงหวี่กับจุดไฟได้เท่านั้น หรืออาจจะชุบชีวิตกระต่าย ไก่ พวกสัตว์ต่างๆ ได้บ้าง
กระนั้นแล้วเอลฟ์ก็ต้องสูญเสียพลังไปด้วยเหมือนกัน
เสน่ห์ของเอลฟ์น้อยคือ ความไร้เดียงสา ใสซื่อบริสุทธิ์ และขี้แย 
เห็นตัวอะไรตายก็จะร้องไห้ เพราะเอลฟ์น้อยสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของสัตว์ที่ตายได้ 
เพียงแค่สัมผัสหัวของมัน ก็รู้ถึงความหวาดกลัวความตาย ความเจ็บปวดของสัตว์เหล่านั้น

ส่วนภาคสองเริ่มเครียดขึ้นมาหน่อย ออกแนวการเมืองบ้าง ทว่ายังคงความฮาและสดใสอยู่
ซึ่งภาคนี้เอลฟ์น้อยจะกลายเป็นเอลฟ์หนุ่ม และต้องไปช่วย ลูกสาวของนายพราน
แล้วก็จะรู้ด้วยว่า...ทำไมมังกรถึงชอบฟังนิทานน้ำเน่าอย่างนั้น

"ความเจ็บปวดท่วมท้นหัวใจของเอลฟ์หนุ่ม 
เฉือนเข้าไปในจิตวิญญาณของเขาดั่งคมมีด 
และไปบรรจบกับอีกความเจ็บปวดหนึ่งซึ่งมีมานานแล้ว
 แม่ผู้ไปสู่ดินแดนที่ไปแล้วไม่มีวันกลับ 
ตอนที่เขายังเล็กเกินกว่าจะจำความได้ 
ยายผู้อยู่ในน้ำซึ่งกำลังขึ้นสูง 
ตอนที่เขาโตเกินกว่าจะลืมเลือน"

**

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนของคุณ Masaomi จาก เดอะ ลาสต์ เอลฟ์ The Last Elf





วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม

วรรณกรรมอารมณ์สดใส เพื่อการมองโลกอย่างรื่นรมย์
นิยายรางวัลซังเคยอดนิยมของวัยรุ่นญี่ปุ่น

Colorful หรือ เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม เล่มนี้ เป็นผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ โมริ เอโตะ
เนื่องจากไม่เพียงได้รับรางวัล ยังทำสถิติเป็นหนังสือขายดีอันดับสองของญี่ปุ่นในปี 1998
เพราะความอบอุ่นและอารมณ์ขันของเรื่องได้ชนะใจผู้อ่านหลากหลายวัย 
โดยเฉพาะวัยเรียนกับวัยรุ่น อีกทั้งเรื่องนี้ยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ 
ซึ่งไม่แน่แปลกใจเลยหากทราบว่า...
โมริ เอโตะ นั้นเป็นนักเขียนวรรณกรรมเยาวชนชื่อดัง 
และเป็นเจ้าของรางวัลวรรณกรรมเยาวชนมากมาย
อาทิ รางวัลนักเขียนหน้าใหม่สำนักพิมพ์โคดันนะ รางวัลโนมะ รางวัลซังเค และรางวัลโรโบโนะอิชิ

เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม (Colorful)
หนังสือมือสอง : เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม
ผู้เขียน : โมริ เอโตะ
ผู้แปล : วิยะดา คาวางุจิ
จำนวน : ๑๘๔ หน้า
ขนาด : ๑๖ หน้ายกพิเศษ
สำนักพิมพ์ : JBOOK
พิมพ์ครั้งที่ : ๗
เดือนปีที่พิมพ์ : กันยายน ๒๕๔๘


ดวงวิญญาณของผมกำลังล่องลอยอยู่บนฟ้า จู่ๆ เทวดาก็ประกาศว่าผมได้รับรางวัลจากสวรรค์ 
ให้เป็นผู้โชคดีจากแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษสามารถกลับไปมีชีวิตบนโลกได้อีกครั้ง
แต่...ต้องอยู่ในร่างที่สวรรค์เลือกให้ คือ โคบายาชิ มาโคโตะ
โดยมีครอบครัวของมาโคโตะเป็น ' โฮมสเตย์' และมีทูตสวรรค์แสนกลอย่างปูระปูระคอยเป็นพี่เลี้ยง

ว่าแต่ 'ผม' จะสามารถกลับมาดำเนินชีวิตในโลกนี้ได้อย่างเป็นสุขและพึงพอใจหรือไม่หนอ
ในเมื่อครอบครัวโฮมสเตย์ของผมนั้นช่างเต็มไปด้วยปัญหาสารพันสารเพ
ทั้งพ่อที่เห็นแก่ตัว แม่ตกงาน พี่ชายเย็นชา หนำซ้ำสาวที่ผมชื่นชอบก็มีพฤติกรรมน่าละอาย
แถมบรรดาเพื่อนๆ ก็ไม่คบผมอีกต่างหาก

มิน่าล่ะ...โคบายาชิ มาโคโตะ ถึงต้องฆ่าตัวตาย อำลาร่างกายซึ่ง 'ผม' มาอยู่แทนที่นี้...

เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม นิยายแนว Heart Warming Comedy

เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม จัดอยู่ในวรรณกรรมประเภท Heart Warming Comedy
หรือเรียกภาษาไทยได้ว่า "วรรณกรรมอารมณ์สดใส"
แม้ว่ามองเผินๆ เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม เป็นนิยายเคร่งเครียดชวนเศร้าหมอง
ทั้งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายดูเหมือนจะเป็นเรื่องโศกนาฎกรรม
แต่ด้วยฝีมือของ โมริ เอโตะ นักเขียนวรรณกรรมเยาวชนมือรางวัล
ตลอดจนการผูกเรื่องของหนังสือเล่มนี้ทำได้ดีมาก

ชีวิตของ มาโคโตะ จึงพลิกผันจากอมทุกข์อันดำมืดมาพบเจอความสุข สนุกสนานหลากสีสันได้
ซึ่ง โมริ เอโตะ ได้แสดงให้ผู้อ่านเห็นชัดเจนว่า บรรดาความอบอุ่นในครอบครัว
และกำลังใจในการดำเนินชีวิตเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งไกลเกินเอื้อมเลย
ขอเพียงเรามองคนรอบข้างในแง่ดีขึ้น มองให้รอบด้านขึ้น
ที่สำคัญคือ สื่อสารกันมากขึ้น บนพื้นฐานของความรักและความปรารถนาดีต่อกัน
ซึ่งนับวันจะหดหายไปในสังคมที่เร่งรีบ การที่เราไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวได้บนโลกใบนี้
เราต้องมีเพื่อน และการคิดฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขปัญหา

กลวิธีการแต่งเรื่องของ โมริ  เอโตะ น่าสนใจ เนื่องจากมีการสร้างตัวละครที่หลากหลายลักษณะ
ทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนอารมณ์ของผู้อ่านอยู่ตลอดเวลา
มีทั้งเศร้า ขบขัน ลุ้นระทึก สร้างความฉงน และชวนติดตาม
ซึ่งการปรับเปลี่ยนอารมณ์ของเรื่องเช่นนี้ช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านทำความเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ
ทั้งของผมและของมาโคโตะ ร่วมค้นหาและเป็นกังวลไปพร้อมๆ กับตัวละคร

หนังสือเล่มนี้มิได้เหมาะสำหรับเยาวชนแต่เพียงอย่างเดียว 
แต่ยังเหมาะสำหรับนักอ่านที่เป็นผู้ใหญ่ด้วย 

เนื่องจากเนื้อหาในเรื่องอาจช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมุมมอง พฤติกรรมของวัยรุ่นเพิ่มขึ้น
อีกทั้งส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นกับผู้ใหญ่คือ ความไม่เข้าใจต่อกัน
ด้วยเหตุนี้หากเป็นไปได้ที่คนสองวัยเปิดใจทำความเข้าใจและเรียนรู้กันให้มาก
รวมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกันอย่างไม่ปิดกั้นตัวเองจนเกินไป
ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างคนสองวัยได้
เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจที่ซ้ำรอยอย่างเช่นในกรณีของมาโคโตะ...